นโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัท เซ็นโดะ (ประเทศไทย) จำกัด (“บริษัท”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และตระหนักถึงหน้าที่ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม โปร่งใส และเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) และกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

ปรับปรุงล่าสุด: สิงหาคม 2569

1. บทนำ

บริษัท เซ็นโดะ (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปนี้เรียกว่า “บริษัท” “เรา” หรือ “ของเรา”) ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า และมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเท่าที่จำเป็นและเพื่อวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ โดยจะดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเมื่อมีการใช้บริการ ติดต่อ หรือทำธุรกรรมกับบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:

  • การซื้อสินค้าผ่านร้านค้า ช่องทางการจัดจำหน่าย หรือเว็บไซต์ของบริษัท
  • การสมัครสมาชิกหรือใช้บริการสมาชิกของบริษัท
  • การติดต่อหรือสอบถามข้อมูลกับบริษัท
  • การสมัครรับข่าวสารหรือจดหมายข่าว
  • การเข้าร่วมแบบสอบถามหรือกิจกรรมต่าง ๆ
  • การเข้าร่วมแคมเปญ กิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือการจับรางวัล

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวม ได้แก่:

  • ชื่อและนามสกุล
  • ที่อยู่สำหรับจัดส่งหรือที่อยู่สำหรับติดต่อ
  • หมายเลขโทรศัพท์
  • ที่อยู่อีเมล
  • ข้อมูลบัญชีสมาชิก
  • ข้อมูลคำสั่งซื้อและประวัติการซื้อสินค้า
  • ข้อมูลการติดต่อและการสื่อสารกับบริษัท
  • ข้อมูลอื่นที่ลูกค้าให้แก่บริษัทหรือที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ

3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้:

  • ดำเนินการ รับ และจัดการคำสั่งซื้อ รวมถึงยืนยันรายละเอียดคำสั่งซื้อ
  • จัดส่งสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อ
  • ดำเนินการเกี่ยวกับการชำระเงิน การคืนสินค้า การเปลี่ยนสินค้า และการให้บริการหลังการขาย
  • จัดการบัญชีสมาชิกและให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับสมาชิก
  • ตอบคำถาม ให้ข้อมูล และดำเนินการตามคำขอของลูกค้า
  • ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าเกี่ยวกับคำสั่งซื้อ บริการ หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า บริการ กิจกรรม แคมเปญ และโปรโมชั่นของบริษัท
  • จัดส่งจดหมายข่าวหรือข้อมูลทางการตลาดในกรณีที่บริษัทมีฐานในการประมวลผลที่เหมาะสมตามกฎหมาย
  • ดำเนินการสำรวจความคิดเห็น รีวิว และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสินค้าและบริการ
  • วิเคราะห์และปรับปรุงสินค้า บริการ เว็บไซต์ และประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า
  • วิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้เพื่อวัตถุประสงค์ทางสถิติและการตลาด
  • วัดและวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการโฆษณาและกิจกรรมทางการตลาด
  • ปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่ง หรือข้อกำหนดของหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย
  • ป้องกัน ตรวจสอบ และดำเนินการเกี่ยวกับการทุจริต การใช้งานที่ไม่เหมาะสม หรือการกระทำที่ผิดกฎหมาย
  • ดำเนินการตามวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้

4. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของกิจกรรมและวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

ฐานทางกฎหมายที่บริษัทอาจนำมาใช้ ได้แก่:

  • การปฏิบัติตามสัญญา: เมื่อการประมวลผลมีความจำเป็นต่อการทำหรือปฏิบัติตามสัญญากับลูกค้า เช่น การดำเนินการตามคำสั่งซื้อและการจัดส่งสินค้า
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย: เมื่อบริษัทมีหน้าที่ต้องประมวลผลข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
  • ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: เมื่อการประมวลผลมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลอื่น โดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลเกินสมควร
  • ความยินยอม: เมื่อกฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าก่อนดำเนินการ
  • ฐานทางกฎหมายอื่น: ตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดและตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี

5. การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะบุคลากรหรือผู้ให้บริการที่มีความจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ และกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล

6. การใช้บริการของผู้ให้บริการภายนอก

บริษัทอาจมอบหมายหรือว่าจ้างผู้ให้บริการภายนอกให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจหรือการให้บริการแก่ลูกค้า

ตัวอย่างเช่น:

  • ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า
  • ผู้ให้บริการระบบเว็บไซต์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ผู้ให้บริการระบบชำระเงิน
  • ผู้ให้บริการด้านการตลาดและการสื่อสาร
  • ผู้ให้บริการจัดพิมพ์และจัดส่งเอกสาร
  • ผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัทจะดำเนินการให้ผู้ให้บริการดังกล่าวประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ที่บริษัทกำหนด และจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด

7. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสม

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นและด้วยวิธีการที่เหมาะสม ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรม โดยจะไม่ใช้วิธีการที่หลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลเข้าใจผิดเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคล

8. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บุคคลภายนอก เว้นแต่บริษัทมีฐานทางกฎหมายที่สามารถดำเนินการได้ หรือได้รับความยินยอมจากลูกค้าในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม

การเปิดเผยข้อมูลอาจเกิดขึ้นกับผู้ให้บริการหรือพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อการดำเนินการตามคำสั่งซื้อ การให้บริการ หรือการดำเนินธุรกิจของบริษัท

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีหน้าที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำสั่งของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย

9. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

ในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ บริษัทจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด

ทั้งนี้ อาจรวมถึงกรณีที่บริษัทใช้บริการของผู้ให้บริการระบบหรือเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีการจัดเก็บหรือประมวลผลข้อมูลอยู่นอกประเทศไทย

10. คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกัน

เว็บไซต์ของบริษัทอาจใช้คุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายกันเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ วิเคราะห์การใช้งาน และสนับสนุนการให้บริการและการสื่อสารทางการตลาด

คุกกี้อาจถูกใช้เพื่อ:

  • จดจำข้อมูลและการตั้งค่าของผู้ใช้งาน
  • รักษาข้อมูลระหว่างการใช้งานเว็บไซต์
  • จดจำสินค้าที่เพิ่มลงในตะกร้าสินค้า
  • วิเคราะห์การเข้าชมและการใช้งานเว็บไซต์
  • วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์และบริการ
  • นำเสนอเนื้อหาหรือโฆษณาที่เหมาะสมกับความสนใจของผู้ใช้งาน

การใช้คุกกี้บางประเภทอาจต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานก่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทและวัตถุประสงค์ของคุกกี้ที่ใช้

11. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล หรือเป็นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

เมื่อพ้นระยะเวลาการเก็บรักษาหรือเมื่อไม่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลแล้ว บริษัทจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามความเหมาะสมและตามที่กฎหมายกำหนด

12. ความเป็นส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

ข้อมูลที่ลูกค้าเปิดเผยโดยสมัครใจบนแพลตฟอร์มหรือพื้นที่สาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ อาจถูกนำไปใช้หรือเก็บรวบรวมโดยบุคคลอื่น บริษัทจึงขอให้ลูกค้าพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในพื้นที่สาธารณะ

เว็บไซต์ของบริษัทอาจมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือบริการของบุคคลภายนอก บริษัทไม่มีอำนาจควบคุมและไม่รับผิดชอบต่อนโยบายหรือแนวทางปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกดังกล่าว

13. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ลูกค้ามีสิทธิที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน ดังต่อไปนี้:

  • สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล
  • สิทธิในการขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
  • สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
  • สิทธิในการขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
  • สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
  • สิทธิในการขอรับหรือขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
  • สิทธิในการเพิกถอนความยินยอมในกรณีที่บริษัทประมวลผลข้อมูลโดยอาศัยความยินยอม
  • สิทธิในการร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย

การใช้สิทธิดังกล่าวอาจอยู่ภายใต้ข้อยกเว้น เงื่อนไข และข้อจำกัดตามที่กฎหมายกำหนด

14. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

บริษัทอาจปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการดำเนินธุรกิจ เทคโนโลยี กฎหมาย หรือข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง

บริษัทจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญผ่านช่องทางที่เหมาะสม และจะแสดงวันที่ปรับปรุงล่าสุดไว้ในหน้านี้

15. ช่องทางการติดต่อเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท เซ็นโดะ (ประเทศไทย) จำกัด

ผู้รับผิดชอบด้านการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
Makishi Hori

ที่อยู่:
93/1 อาคารจีพีเอฟ วิทยุ ทาวเวอร์ อาคาร A ชั้น Ground Floor ห้องเลขที่ 105/1
ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน
กรุงเทพมหานคร 10330

หน่วยงานที่รับผิดชอบด้านข้อมูลส่วนบุคคล:
ฝ่าย Customer Service
BONAVENTURA Thailand

อีเมล:
cs-th@mybonaventura.com